World Music Centreworldmusiccentre.com

เขียนหัวข้อให้คนอ่านเข้าใจใน 3 วินาที

หัวข้อที่บอกเรื่องต่างจากหัวข้อที่ชวนเดาอย่างไร และวิธีตรวจหัวข้อของตัวเอง

หัวข้อคือส่วนที่มีคนอ่านมากที่สุดและถูกเขียนอย่างรีบร้อนที่สุด คนส่วนใหญ่ตัดสินใจว่าจะอ่านต่อหรือไม่จากบรรทัดแรกเพียงบรรทัดเดียว หัวข้อที่ดีจึงไม่ใช่หัวข้อที่ฟังดูน่าสนใจ แต่เป็นหัวข้อที่บอกได้ว่าข้างล่างมีอะไร

บอกเรื่อง อย่าชวนเดา

หัวข้อแบบชวนเดาคือหัวข้อที่จงใจไม่บอกเนื้อหาเพื่อให้คนกดเข้ามาดู วิธีนี้อาจได้คลิกในระยะสั้น แต่ทำให้คนที่เข้ามาแล้วไม่เจอสิ่งที่คาดหวังรู้สึกเสียเวลา และครั้งต่อไปเขาจะไม่กด

หัวข้อที่บอกเรื่องจะมีคำนามที่เจาะจงและคำกริยาที่ชัด เช่น บอกว่ากำลังพูดถึงอะไร ทำอะไร และเพื่อใคร ถ้าเอาหัวข้อไปวางลอย ๆ โดยไม่มีบริบทแล้วยังเข้าใจได้ แปลว่าใช้ได้

สามแบบที่ใช้ได้เกือบทุกครั้ง

  • แบบบอกผลลัพธ์ เช่น ระบุสิ่งที่ผู้อ่านจะทำได้หลังอ่านจบ
  • แบบตั้งคำถามที่ผู้อ่านถามอยู่แล้ว โดยใช้คำเดียวกับที่เขาใช้ถาม
  • แบบระบุจำนวนและขอบเขต เช่น บอกว่ามีกี่ข้อและใช้กับสถานการณ์ไหน

คำที่ทำให้หัวข้ออ่อนลง

คำขยายที่ไม่มีข้อมูล เช่น สุดยอด ล้ำสมัย ครบครัน ทำให้หัวข้อยาวขึ้นโดยไม่บอกอะไรเพิ่ม ลองลบคำเหล่านี้ออกแล้วอ่านใหม่ ส่วนใหญ่ความหมายไม่เปลี่ยนเลย

การใส่ชื่อแบรนด์ไว้ต้นหัวข้อทุกครั้ง ทำให้ส่วนที่มีค่าถูกดันไปท้าย ผู้อ่านที่ยังไม่รู้จักแบรนด์จะยังไม่สนใจชื่อ ให้เอาเรื่องขึ้นก่อนแล้วค่อยเอ่ยชื่อ

วิธีตรวจหัวข้อของตัวเอง

อ่านเฉพาะหัวข้อของทุกส่วนในหน้าเรียงกันโดยไม่อ่านเนื้อหา ถ้าอ่านแค่หัวข้อแล้วเข้าใจโครงเรื่องทั้งหมด แปลว่าหัวข้อทำงาน ถ้าอ่านแล้วยังไม่รู้ว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร ต้องแก้หัวข้อก่อนแก้เนื้อหา

อีกวิธีคือเขียนหัวข้อออกมาห้าแบบแล้วเลือกทีหลัง แบบแรกที่คิดได้มักเป็นแบบที่ทั่วไปที่สุด ส่วนแบบที่ดีมักโผล่มาลำดับที่สามหรือสี่ การเขียนหลายแบบใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่ต่างกันมาก

ความยาวที่พอดี

หัวข้อที่ยาวเกินหนึ่งบรรทัดบนจอมือถือจะถูกอ่านไม่ครบ ให้พยายามให้จบในสิบถึงสิบห้าคำ ถ้าจำเป็นต้องอธิบายเพิ่ม ให้ย้ายส่วนขยายไปเป็นบรรทัดรองใต้หัวข้อ ซึ่งอ่านง่ายกว่าการยัดทุกอย่างไว้ในบรรทัดเดียว

หัวข้อที่ดีทำงานแทนย่อหน้าแรกได้ทั้งย่อหน้า ใช้เวลากับมันมากกว่าที่เคย แล้วส่วนที่เหลือของหน้าจะเขียนง่ายขึ้นเอง